ธันวาคม 25, 2025

การทดสอบการกัดกร่อนในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า

เมื่ออุตสาหกรรมยานยนต์ขยับเข้าสู่ยุค EV ชิ้นส่วนจำนวนมากถูกออกแบบใหม่ให้เบาลง ประหยัดพลังงาน และรองรับระบบไฟฟ้าแรงสูงมากขึ้น วัสดุที่ใช้จึงไม่ได้มีเพียงเหล็กกล้าแบบเดิม แต่ยังคงผสมผสานวัสดุ เช่น อลูมิเนียม โลหะผสม พลาสติก และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ซึ่งโครงสร้างที่ซับซ้อนนี้อาจนำไปสู่ปัญหา ไม่ว่าจะเป็น การกัดกร่อนแบบเฉพาะจุดในชิ้นส่วนอลูมิเนียมและโลหะผสม การกัดกร่อนบริเวณจุดต่อโลหะต่างชนิด (Galvanic Corrosion) การเสื่อมสภาพของขั้วต่อไฟฟ้าและบัสบาร์จากไอเกลือและความชื้น
โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง ใกล้ทะเล หรือเมืองใหญ่ที่มีมลภาวะสูงที่ปฏิกิริยาการกัดกร่อนสามารถเร่งตัวเร็วขึ้นกว่าที่คาดคิด และส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานในระยะยาวได้ เพราะการกัดกร่อนในรถยนต์ไฟฟ้าหรือยานพาหนะ EV บริเวณต่าง ๆ เช่น แผ่นโครงสร้างใต้ท้องรถ  ชุดแบตเตอรี่และโครงยึด ชุดขั้วต่อไฟฟ้าและรางสายไฟ รวมถึงชุดท่อและแผ่นระบายความร้อนของระบบแบตเตอรี่ สำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วน (Supplier) และผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) การควบคุมการกัดกร่อนจึงไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ภายนอก แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และต้นทุนในระยะยาวของยานยนต์ไฟฟ้าทั้งคัน ทำให้การรักษาภาพลักษณ์ดังกล่าวเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งสามารถควบคุมได้ด้วย Salt Spray Test      สิ่งที่สามารถประเมินได้จาก Salt Spray Test ในชิ้นส่วนยานยนต์ยุค EV Salt Spray Test คือการทดสอบการกัดกร่อนที่ใช้หมอกเกลือ (Salt Fog) จำลองสภาพแวดล้อมที่มีไอเกลือและความชื้นสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูว่าชิ้นงานสามารถทนต่อการกัดกร่อนจากสภาวะดังกล่าวได้ดีเพียงใด ซึ่งการทดสอบการกัดกร่อนนี้จะสามารถประเมินประสิทธิภาพสำคัญ ดังนี้ 1.ระยะเวลาที่เริ่มเกิดการกัดกร่อนหรือสนิมบนชิ้นส่วน
หนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญ คือการบันทึกว่ามีสนิมหรือการเปลี่ยนแปลงของผิวเกิดขึ้นเมื่อใด หลังจากเริ่มทดสอบไปแล้วกี่ชั่วโมง ข้อมูลนี้สามารถเปรียบเทียบกับเกณฑ์ของ OEM เพื่อดูว่าชิ้นส่วนผ่านหรือไม่ผ่านมาตรฐานที่กำหนด
2.รูปแบบการกัดกร่อนที่เกิดขึ้นบนชิ้นงาน
Salt Spray Test ไม่ได้บอกเพียงว่ามีสนิมหรือไม่ แต่ยังช่วยให้เห็นลักษณะการกัดกร่อน เช่น การกัดกร่อนเฉพาะจุดบนอลูมิเนียม (Pitting) การล่อนของชั้นเคลือบผิว (Coating Delamination) หรือการกัดกร่อนที่เกิดขึ้นบริเวณจุดเชื่อมต่อวัสดุต่างชนิด ซึ่งข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ช่วยให้ผู้ผลิตวิเคราะห์ได้ว่าปัญหาเกิดจากการออกแบบชิ้นงาน การเตรียมผิว หรือขั้นตอนการเคลือบผิวที่ไม่เหมาะสม
3.ประสิทธิภาพและความสม่ำเสมอของระบบเคลือบผิว
สำหรับชิ้นส่วนที่มีการเคลือบผิวหรือพ่นสี เช่น โครงยึดแบตเตอรี่ แผ่นใต้ท้องรถ หรือโครงสร้างรองรับมอเตอร์ไฟฟ้า การทดสอบ Salt Spray ช่วยตรวจสอบว่าเคลือบผิวดังกล่าวสามารถป้องกันการกัดกร่อนได้จริงหรือไม่ หากพบการลอกล่อนหรือสนิมเกิดขึ้นในเวลาอันสั้น ย่อมสะท้อนว่ากระบวนการเคลือบหรือสูตรเคลือบมีจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุง
ซึ่งช่วยให้โรงงานอุตสาหกรรมประเมินความพร้อมด้านการใช้งาน เช่น ชิ้นส่วนโครงสร้าง ประสิทธิภาพการกัดกร่อน การทำงานที่เกี่ยวข้องในระบบแรงดันสูง และการทนความชื้น เป็นต้น   ทำไม Salt Spray Test ถึงมีบทบาทสำคัญต่อมาตรฐาน OEM  การปรับตัวที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงในโครงสร้างและระบบรถไฟฟ้า ทำให้มาตรฐาน OEM ในการทดสอบการกัดกร่อนเป็นด่านตรวจคุณภาพที่จำเป็น เพื่อแสดงผลลัพธ์สำคัญของการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีไอเกลือ ความชื้น และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ด้วยบทบาทและมิติ คือ  1.ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าแรงสูง
ขั้วต่อไฟฟ้า บัสบาร์ และส่วนประกอบของระบบแบตเตอรี่มีความไวต่อการเกิดฟิล์มออกไซด์หรือการกัดกร่อนที่พื้นผิวอย่างมาก การควบคุมไม่ให้เกิดการกัดกร่อนจากไอเกลือช่วยลดความเสี่ยงจากการลัดวงจรหรือความร้อนสะสมผิดปกติในระบบไฟฟ้า
2.เพิ่มความน่าเชื่อถือของชิ้นส่วนโครงสร้างหลัก
โครงสร้างใต้ท้องรถ ชุดยึดแบตเตอรี่ และโครงรับแรงต่าง ๆ ที่เกิดสนิมเร็วกว่าที่ออกแบบไว้ อาจทำให้ความแข็งแรงลดลงและส่งผลต่อความปลอดภัยโดยรวม การผ่านเกณฑ์ Salt Spray Test ตามมาตรฐานที่ OEM กำหนด จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าชิ้นส่วนสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมการใช้งานจริงได้
3.สร้างความสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและเอกสารตรวจสอบย้อนกลับ
OEM ระดับโลกมักอ้างอิงมาตรฐานการทดสอบ เช่น ASTM B117 หรือ ISO 9227 ควบคู่กับข้อกำหนดภายในของแต่ละบริษัท ผลการทดสอบจากห้องแล็บที่ได้รับการรับรองจึงมีความสำคัญอย่างมากต่อการอนุมัติชิ้นส่วนก่อนใช้งานจริงและก่อนเริ่มการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ข้อมูลที่ได้จากการทดสอบ Salt Spray ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อตัดสินว่าวัสดุมีคุณภาพผ่านหรือไม่ผ่านเท่านั้น แต่ยังเป็นฐานข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ทีมวิศวกรรมและทีมคุณภาพสามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตได้อย่างมีทิศทาง ทดสอบการกัดกร่อนชิ้นส่วน EV กับ ALS Testing สำหรับโรงงานที่ต้องการเป็นซัพพลายเออร์ให้กับ OEM ยุค EV การใช้ข้อมูลจาก Salt Spray Test อย่างจริงจัง จะช่วยลดอัตรา Scrap ลดการเคลมสินค้า และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในระยะยาวได้อย่างชัดเจน เพื่อให้การทดสอบการกัดกร่อนของชิ้นส่วนยานยนต์ยุค EV มีความน่าเชื่อถือและพร้อมรองรับข้อกำหนดของ OEM ระดับโลก การเลือกทำ Salt Spray Test กับห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐานจึงเป็นเรื่องสำคัญ ALS Testing ให้บริการทดสอบการกัดกร่อนด้วย Salt Spray ภายใต้สภาวะที่ควบคุมอย่างเคร่งครัด ตามมาตรฐานสากลที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งด้านการเตรียมชิ้นงาน การควบคุมสารละลายเกลือ อุณหภูมิ และการจัดทำรายงานผลที่สามารถนำไปใช้อ้างอิงกับ OEM ได้โดยตรง ยกระดับมาตรฐานให้พร้อมแข่งขันในตลาดสากลด้วยการทดสอบ Salt Spray ร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญของ ALS Testing เป็นหนึ่งในก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ชิ้นส่วนผ่านการพิจารณาจาก OEM ได้อย่างมั่นใจ ทั้งในวันนี้และในอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
อ่านเพิ่มเติม
เมษายน 25, 2025
Salt spray test

ความจำเป็นของการทดสอบ Salt Spray สำหรับผลิตภัณฑ์โลหะ

Salt Spray Test คืออะไร? การทดสอบ Salt Spray Test เป็นวิธีมาตรฐานในการประเมินความสามารถในการต้านทานการกัดกร่อนของโลหะและวัสดุเคลือบผิว กระบวนการนี้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลและถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์โลหะ เช่น อุปกรณ์ยึดต่างๆ ชิ้นส่วนยานยนต์ และวัสดุโครงสร้างทางวิศวกรรม การทดสอบนี้ดำเนินการโดยการจำลองสภาพแวดล้อมที่มีความเข้มข้นของไอเกลือสูง ซึ่งเป็นสภาวะที่เร่งให้เกิดการกัดกร่อนในระยะเวลาอันสั้น แทนที่จะต้องรอเป็นเดือนหรือปีในสภาพการใช้งานจริง ผลการทดสอบนี้สามารถคาดการณ์อายุการใช้งานและประสิทธิภาพของวัสดุเมื่อต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่มีการกัดกร่อนได้อย่างแม่นยำ ความจำเป็นของการทดสอบ Salt Spray สำหรับผลิตภัณฑ์โลหะ โลหะทุกชนิดมีความเสี่ยงต่อการเกิดสนิมและการเสื่อมสภาพเมื่อสัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นและมีสารกัดกร่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่มีสภาพอากาศร้อนชื้นและพื้นที่ติดทะเลหลายส่วน ซึ่งมีความเข้มข้นของไอเกลือในบรรยากาศสูง การเกิดสนิมไม่เพียงส่งผลต่อความสวยงามของผลิตภัณฑ์แต่ยังลดทอนคุณสมบัติทางกลที่สำคัญ เช่น: ความแข็งแรงของโครงสร้าง ความต้านทานต่อแรงดึง ความทนทานต่อแรงกระแทก อายุการใช้งานของวัสดุ องค์กรมาตรฐานสากล เช่น ISO, ASTM และ JIS ได้กำหนดเกณฑ์การทดสอบ Salt Spray ไว้เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด การไม่ผ่านการทดสอบนี้อาจส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานและถูกปฏิเสธจากตลาด ทำให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ กระบวนการทดสอบ Salt Spray ตามมาตรฐานสากล การทดสอบ Salt Spray ดำเนินการตามขั้นตอนที่เป็นระบบและมีความแม่นยำสูง ประกอบด้วย: การเตรียมตัวอย่างทดสอบ: ชิ้นงานโลหะจะถูกทำความสะอาดตามมาตรฐาน ISO 8407 เพื่อกำจัดสิ่งปนเปื้อนที่อาจส่งผลต่อความแม่นยำของการทดสอบ จากนั้นจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสมภายในห้องทดสอบ (Salt Spray Chamber) การควบคุมสภาวะทดสอบ: ระบบจะทำการฉีดพ่นละอองสารละลายโซเดียมคลอไรด์(NaCl) ที่มีความเข้มข้น 5% ±0.5% ในอุณหภูมิควบคุม 35°C ±2°C และค่า pH ระหว่าง 6.5-7.2 เพื่อสร้างสภาวะการกัดกร่อนที่เป็นมาตรฐาน ระยะเวลาทดสอบตามมาตรฐาน: การทดสอบจะดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนดโดยมาตรฐานสากล ดังนี้: 48 ชั่วโมง: มาตรฐานขั้นพื้นฐานสำหรับผลิตภัณฑ์ทั่วไป (ISO 9227) 96 ชั่วโมง: เกณฑ์มาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรม (ASTM B117) 240 ชั่วโมงขึ้นไป: มาตรฐานสูงสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้งานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง (JIS Z 2371) การวิเคราะห์ผลทดสอบ: เมื่อครบกำหนดเวลา ชิ้นงานจะถูกนำมาประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานด้วยการตรวจวัด: ปริมาณพื้นที่ที่เกิดสนิม (ต้องไม่เกินค่าที่กำหนด) การยึดเกาะของชั้นเคลือบ (ต้องไม่มีการหลุดลอกหรือพอง) การวัดความหนาของชั้นเคลือบที่เหลืออยู่ (ต้องไม่ลดลงเกินเกณฑ์ที่กำหนด) การทดสอบทางกลหลังการทดสอบการกัดกร่อน (ต้องไม่สูญเสียคุณสมบัติเชิงกล) ผลกระทบทางธุรกิจจากการไม่ผ่านการทดสอบ ในบริบทของอุตสาหกรรมการส่งออก การไม่ผ่านการทดสอบ Salt Spray Test มีผลกระทบที่สำคัญต่อธุรกิจหลายประการ: การไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน: ผลิตภัณฑ์โลหะที่ไม่ผ่านการทดสอบจะไม่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล ส่งผลให้ไม่สามารถจำหน่ายในตลาดที่มีข้อกำหนดด้านคุณภาพสูง การถูกปฏิเสธสินค้าจากลูกค้า: กรณีศึกษาจากผู้ส่งออกชิ้นส่วนโลหะแสดงให้เห็นว่า การส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการทดสอบอาจนำไปสู่การถูกปฏิเสธสินค้าทั้งหมด และต้องแบกรับต้นทุนการขนส่งสินค้ากลับ ความเสียหายต่อภาพลักษณ์: บริษัทที่มีประวัติการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานจะได้รับความเชื่อมั่นลดลงในระยะยาว ส่งผลต่อโอกาสทางธุรกิจในอนาคต ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขและปรับปรุง: การต้องนำผลิตภัณฑ์กลับมาปรับปรุงหลังจากถูกปฏิเสธส่งผลให้เกิดต้นทุนเพิ่มเติมทั้งในแง่ของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และความล่าช้าในการส่งมอบ การเลือกใช้บริการทดสอบจากองค์กรที่เชื่อถือได้ การเลือกใช้บริการทดสอบ Salt Spray จากห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานถือเป็นปัจจัยสำคัญในการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ ALS Testing เป็นหนึ่งในห้องปฏิบัติการทดสอบที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบ ALS Testing นำเสนอบริการทดสอบที่ครอบคลุมความต้องการของภาคอุตสาหกรรมโลหะ ด้วยจุดเด่นดังนี้: ความแม่นยำสูง: ใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐานและผ่านการสอบเทียบอย่างสม่ำเสมอ บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ: ทีมนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมโลหะมากกว่า 20 ปี การรับรองผลการทดสอบ: ออกรายงานผลการทดสอบที่ได้รับการรับรองและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล การให้คำปรึกษา: ให้คำแนะนำเชิงเทคนิคเพื่อปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ตามผลการทดสอบ ด้วยการเลือกใช้บริการจากองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือ ผู้ประกอบการสามารถมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ของตนจะมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล เพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาดโลก และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
กุมภาพันธ์ 10, 2025
Salt spray test

การทดสอบการกัดกร่อน (Corrosion Test)

Salt Spray Test : การทดสอบความทนทานต่อการกัดกร่อนในวัสดุ การทดสอบการกัดกร่อน (Corrosion Test) เป็นกระบวนการที่ใช้เพื่อประเมินความทนทานของวัสดุต่อการกัดกร่อนในสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ โดยการกัดกร่อนมักเกิดขึ้นเมื่อวัสดุโดยเฉพาะโลหะทำปฏิกิริยากับสารเคมี เช่น น้ำ ออกซิเจน ก๊าซไอเสีย หรือสารละลายที่เป็นกรดหรือด่าง การทดสอบนี้สำคัญอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการความมั่นคงและความปลอดภัยในระยะยาว เช่น อุตสาหกรรมการก่อสร้าง การขนส่ง และพลังงาน วัตถุประสงค์ของการทดสอบการกัดกร่อน ประเมินอายุการใช้งานของวัสดุ: เพื่อให้ทราบว่าวัสดุจะสามารถใช้งานได้นานแค่ไหนก่อนที่จะเสื่อมสภาพ เลือกวัสดุที่เหมาะสม: เพื่อเลือกวัสดุที่มีความทนทานต่อสภาวะแวดล้อมเฉพาะ เช่น สภาพกรด-ด่าง ความชื้น หรืออุณหภูมิ ปรับปรุงกระบวนการผลิต: เพื่อปรับปรุงการเคลือบพื้นผิวหรือการเลือกวัสดุใหม่ที่มีคุณสมบัติที่ดีกว่า เพิ่มความปลอดภัย: เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพที่อาจนำไปสู่ความเสียหายหรืออันตราย การทดสอบความทนทานต่อการกัดกร่อนในวัสดุ ( Salt Spray Test ) การทดสอบ Salt Spray หรือการพ่นหมอกเกลือ เป็นกระบวนการที่ใช้ในการประเมินความทนทานของวัสดุจากการกัดกร่อนที่เกิดจากน้ำเกลือ ซึ่งจำลองสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงหรือการสัมผัสกับเกลือ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่วัสดุต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่มีการกัดกร่อนจากเกลือ เช่น ในการผลิตยานยนต์, อุตสาหกรรมการบิน, และการใช้วัสดุในทะเลหรือพื้นที่ที่มีความชื้นสูง ในบทความนี้จะครอบคลุมถึงวิธีการทดสอบ Salt Spray, มาตรฐานที่ใช้, การตีความผลการทดสอบ, และการประยุกต์ใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงการดูแลรักษาอุปกรณ์ในการทดสอบ การทดสอบ Salt Spray คืออะไร? การทดสอบ Salt Spray คือกระบวนการที่ใช้ในการจำลองสภาพแวดล้อมที่มีเกลือในอากาศ เพื่อตรวจสอบวัสดุหรือชิ้นส่วนต่างๆ ว่าสามารถทนต่อการกัดกร่อนจากเกลือได้หรือไม่ โดยการทดสอบจะทำโดยการฉีดพ่นหมอกเกลือหรือสารละลายเกลือ (NaCl) ลงบนวัสดุที่ต้องการทดสอบในห้องทดสอบที่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้เหมาะสม การทดสอบ Salt Spray สามารถใช้ประเมินความทนทานต่อการกัดกร่อนจากเกลือในระยะยาวและดูความเสื่อมสภาพของวัสดุ เช่น การเกิดสนิมหรือการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของพื้นผิว วิธีการทดสอบ Salt Spray การทดสอบ Salt Spray จะดำเนินการในห้องทดสอบที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ โดยในห้องทดสอบนี้จะมีการสร้างสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงและอุณหภูมิที่ควบคุมได้ เพื่อจำลองสภาพแวดล้อมที่วัสดุจะต้องเผชิญในชีวิตจริง เช่น พื้นที่ทะเลที่มีการกระทำของเกลือและความชื้นที่สูง ขั้นตอนการทดสอบ Salt Spray : การเตรียมตัวอย่าง: วัสดุที่ต้องการทดสอบจะถูกทำความสะอาดและเตรียมให้พร้อมเพื่อให้ผลการทดสอบแม่นยำ การตั้งค่าห้องทดสอบ: ห้องทดสอบจะถูกตั้งค่าอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสมตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น 35°C และ 95% ความชื้นสัมพัทธ์ การพ่นเกลือ: สารละลาย NaCl จะถูกพ่นลงไปในห้องทดสอบในรูปแบบของหมอกเกลือ โดยจะพ่นจนถึงระยะเวลาที่กำหนด เช่น 48 ชั่วโมงหรือมากกว่า การตรวจสอบผล: หลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบ ตัวอย่างวัสดุจะถูกตรวจสอบเพื่อตรวจหาการเกิดสนิม, การเปลี่ยนแปลงสี, หรือความเสียหายที่เกิดขึ้น มาตรฐานที่ใช้ในการทดสอบ Salt Spray ในการทดสอบ Salt Spray มักจะอ้างอิงตามมาตรฐานต่างๆ เพื่อให้ผลการทดสอบมีความถูกต้องและเชื่อถือได้ มาตรฐานที่นิยมใช้มีดังนี้: ASTM B117: เป็นมาตรฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับการทดสอบ Salt Spray โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์และการผลิตชิ้นส่วนโลหะ ISO 9227: มาตรฐานสากลสำหรับการทดสอบการกัดกร่อนจากเกลือ โดยมักใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัสดุก่อสร้างและการผลิตเครื่องมือ JIS Z 2371: มาตรฐานของญี่ปุ่นที่ใช้สำหรับการทดสอบ Salt Spray ซึ่งมักใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ การตีความผลการทดสอบ Salt Spray ผลจากการทดสอบ Salt Spray สามารถบ่งบอกถึงความทนทานของวัสดุต่อการกัดกร่อนจากสภาพแวดล้อมที่มีเกลือได้ โดยปกติแล้วจะมีการประเมินผลจากการเกิดสนิม, การแตกหัก, การพองตัวของพื้นผิว, หรือการเปลี่ยนแปลงสีของวัสดุที่ทดสอบ การตีความผลหลักๆ: การเกิดสนิม: หากวัสดุเริ่มมีสนิมเกิดขึ้นแสดงว่าไม่สามารถทนต่อการกัดกร่อนได้ การเปลี่ยนแปลงสี: วัสดุที่สามารถทนต่อการกัดกร่อนได้จะไม่เปลี่ยนสี การพองตัวหรือการแตก: วัสดุที่ไม่ทนต่อการกัดกร่อนอาจมีการพองตัวหรือแตกออก การประยุกต์ใช้งาน Salt Spray Test ในอุตสาหกรรมต่างๆ การทดสอบ Salt Spray มีการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัสดุที่ต้องทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือเกลือ โดยเฉพาะใน: อุตสาหกรรมยานยนต์: ใช้ทดสอบชิ้นส่วนต่างๆ เช่น โครงสร้างเหล็ก, โลหะผสม, และชิ้นส่วนภายนอกของรถยนต์ที่ต้องทนต่อสภาพแวดล้อมที่มีเกลือหรือฝน อุตสาหกรรมการบิน: การทดสอบ Salt Spray ช่วยในการตรวจสอบชิ้นส่วนเครื่องบินที่ต้องทนต่อสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง อุตสาหกรรมทะเล: วัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างหรือการติดตั้งในทะเลจะต้องทนต่อการกัดกร่อนจากเกลือในน้ำทะเล อุตสาหกรรมก่อสร้าง: ใช้ในการทดสอบวัสดุก่อสร้างที่สัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง การดูแลรักษาอุปกรณ์ Salt Spray Test เพื่อให้การทดสอบมีความแม่นยำและได้ผลที่เชื่อถือได้ อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ Salt Spray ควรได้รับการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ การทำความสะอาด, การคาลิเบรต, และการตรวจสอบสภาพห้องทดสอบเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความถูกต้องของผลการทดสอบ สรุป การทดสอบ Salt Spray Test การทดสอบ Salt Spray เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการประเมินความทนทานของวัสดุต่อการกัดกร่อนจากเกลือ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงหรือเกลือ ซึ่งมีการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์ การบิน และการก่อสร้าง ในการทดสอบนี้จะมีการใช้มาตรฐานที่ถูกต้องและมีขั้นตอนการทดสอบที่จำเป็นต้องปฏิบัติตามเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้ และสุดท้ายการดูแลรักษาอุปกรณ์การทดสอบก็เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความแม่นยำในการทดสอบ บริษัท เอแอลเอส เทสติ้ง เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด Alstesting บริการตรวจสอบสารเคมี ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ โทรศัพท์+(66) 2700 9665 อีเมลpathumthani@alsglobal.com
อ่านเพิ่มเติม